ลูกสาวสุดแค้นพ่อเลี้ยงต่างด้าวฆ่าแม่ จอบทุบหัว สะกดวิญญาณ แฉเคยขอแม่ “เอาลูกทำเมีย” (คลิป)

จากรณีมูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมกู้ภัย อบต.วังกระโจม นำกำลังเข้าตรวจสอบเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่ง ต.วังกระโจม อ.เมือง จ.นครนายก พบศพนางเสาวณี กองแก้ว อายุ 69 ปี นอนเสียชีวิตภายในบ้านข้างตู้เสื้อผ้า

ล่าสุดวันที่ 2 เม.ย.63 ทีมข่าว ลงพื้นที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านเดี่ยว 1 ชั้น ตั้งอยู่ในซอยกลางทุ่งนา โดยมีรอยเลือดอยู่ที่พื้นหน้าบ้านติดกับครัว รวมถึงมีเลือดติดประตูทางเข้าบ้านลักษณะเป็นการลากศพเข้าไปด้านในบ้าน

สอบถามนายมนต์ชัย เนียมรัตน์ หลานชายผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า นายสันต์ เคยมาทำงานก่อสร้างข้างบ้านนางเสาวณี ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าสาวของตน กระทั่งช่วงหลังนายสันต์ ย้ายมาอยู่ด้วยกันกับนางเสาวณี ประมาณ 10 ปีก่อน กระทั่งเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา น.ส.พิมณิภา ลูกสาวผู้ตายย้ายมาอยู่บ้านกับแม่ และเกิดปัญหาขึ้นเมื่อ 1 เดือนที่แล้ว เพราะนายสันต์ แอบถ้ำมองน.ส.พิมณิภา เวลาอาบน้ำ พร้อมทั้งจะล่วงเกินอีกฝ่าย ซึ่ง น.ส.พิมณิภา ได้โทรศัพท์มาปรึกษาตน โดยตอนแรกตนจะเข้ามาจัดการ แต่กลัวว่าจะถูกนายสันต์ทำร้าย ตนจึงบอกให้เข้าไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน

Loading...

ทั้งนี้ภายหลังจาก น.ส.พิมณิภา ลงบันทึกประจำวันไว้ นายสันต์ เกิดความไม่พอใจและขู่อาฆาตแค้นจะฆ่าทั้งแม่และลูก ก่อนนายสันต์ หนีออกจากบ้านไป เพราะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัว ซึ่งระหว่างนั้นนายสันต์ ได้ไปอาศัยที่บ้านร้างห่างจากบ้านเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร โดยที่ผ่านมาเหตุการณ์ก็ปกติทุกอย่าง

กระทั่งวานนี้หลัง น.ส.พิมณิภา เลิกงานช่วงเย็นกลับบ้านมาพบนายสันต์ นอนเล่นอยู่บนม้าหินหน้าบ้าน แต่เมื่อเข้าไปด้านในบ้านหน้าห้องน้ำ พบว่าแม่นอนแน่นิ่งเสียชีวิต สภาพถูกปะแป้งทั่วหน้า ศรีษะมีเลือดไหล ลักษณะคล้ายอำพรางว่าลื่นล้มเสียชีวิต

Loading...

น.ส.พิมณิภา จึงวิ่งออกมาด่านายสันต์ เพราะมั่นใจว่าเป็นผู้ก่อเหตุ พร้อมจับมีดจะเข้าไปแทง นายสันต์จึงคว้าถุงดำ ที่น่าจะใส่ของใช้ส่วนตัวเตรียมไว้ หลบหนีไป โดยจากการสังเกตคาดว่า นายสันต์น่าจะก่อเหตุตั้งแต่ช่วงเที่ยงวานนี้ เนื่องจากสภาพศพแข็งไปทั้งตัวคล้ายเสียชีวิตมาเป็นเวลานาย ซึ่งคนร้ายน่าจะตีที่ศีรษะ ก่อนลากเข้าไปในบ้าน ทำการอาบน้ำในห้องครัว พร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้า และลากไปหน้าห้องน้ำก่อนรัดคออีกรอบ และปะแป้งให้เหมือนลื่นลมขณะกำลังแต่งตัว

ทั้งนี้คาดว่าเหตุที่นายสันต์ ยังนอนรออยู่ที่หน้าบ้าน ไม่ยอมหลบหนี อาจจะเพื่อ รอให้น.ส.พิมณิภา กลับมาบ้าน เพราะต้องการล่วงเกินอีกฝ่ายด้วย

Loading...

โดยตนคาดว่านายสันต์ น่าจะยังวนเวียนอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ เพราะจากการตรวจสอบมีอาหารและข้าวของหายไปหลายอย่าง ทั้ง ปลาทูที่ผู้ตายทอดไว้จำนวน 2 ตัว ผ้าห่มที่ตากไว้ 1 ผืน เสียม 1 เล่ม และในบ้านร้างไข่หายไป 5 ฟอง พร้อมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นอกจากนี้ยังนำจานข้าวสุนัขไปด้วย อีกทั้งยังพบรอยอุจจาระบริเวณห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร คาดว่าคนร้ายน่าจะย้อนกลับมาเมื่อคืนนี้ และน่าจะหลบอยู่บริเวณป่าใกล้ที่เกิดเหตุ เพราะนายสันต์ มีทักษะในการหาของกินตามป่า 

ผู้สื่อข่าวได้ใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือ “โดรน” บินสำรวจป่า ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภายในป่ารกทึบ อยู่ห่างจากบ้านหลังหนึ่งประมาณ 1 กม. ซึ่งเป็นบริเวณที่นายสันต์ หลังหลบหนีหลังก่อเหตุใช้จอบทุบศีระษะภรรยาจนเสียชีวิต

Loading...

ทั้งนี้สืบเนื่องด้วยนายสันต์ ได้ย้อนกลับมาที่บ้านและนำผ้าห่มกับอาหารต่าง ๆ ไปด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงปูพรมค้นหา ซึ่งคาดว่าผู้ก่อคงจะไปไหนได้ไม่ไกล โดยทางผู้สื่อข่าวได้ใช้โดรนบินช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อกดดันคนร้าย ไม่นานก็พบกับผู้ก่อเหตุหลบซ่อนตัวอยู่บริเวณบ่อน้ำ หลังจากนั้นจึงนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองนครนายก และทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยคุ้มกันเพราะเกรงว่าญาติ ๆ ของผู้เสียชีวิตจะรุมประชาทัณฑ์

นายสันต์ ให้การรับสารภาพอ้างว่า ตนดื่มเหล้าเมาและมักจะมีปากเสียงกับภรรยาที่อยู่กินกันมากว่า 10 ปีบ่อยครั้ง วันเกิดเหตุตนยอมรับว่าเมาและทะเลาะกัน เนื่องจากนางเสาวณี มาขอเงินค่าน้ำค่าไฟ จึงบันดาลโทสะหยิบด้ามจอบทุบตีที่บริเวณท้ายทอยของนางเสาวณี บริเวณทางเข้าประตูบ้าน 1 ครั้งจนล้มลง หลังจากนั้นได้ตีซ้ำอีกครั้งจนภรรยาแน่นิ่งไป และใช้ผ้ารัดคอ จึงนำตัวภรรยามาล้างตัวแล้วลากไปในห้องนอน เพื่อทำให้เข้าใจว่าภรรยาลื่นล้มหัวฟาดพื้นไปเอง หลังจากนั้นจึงมานอนเล่นที่เตียงไม้หน้าบ้าน เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนจอบนำไปโยนทิ้งแล้ว 

กระทั่งลูกสาวของผู้เสียชีวิตเดินทางกลับมาจากทำงาน จึงเดินไปหาแม่และเห็นว่าแม่นอนนิ่งเสียชีวิต จากนั้นออกมาโวยวายและจะเอามีดไล่แทงนายสันต์ จึงต้องวิ่งหนีไปหลบซ่อนตัวในป่ารกทึบดังกล่าว และย้อนกลับมาบ้าน เพราะหิวไม่มีอะไรกิน จึงมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวดังกล่าว

ขณะที่ พ.ต.อ.กล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูลย์ ผกก.สภ.เมืองนครนายก กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีที่คู่สามีภรรยาทะเลาะกัน โชคดีที่ตำรวจสามารถตามจับตัวผู้ก่อเหตุได้อย่างรวดเร็ว เพราะไม่เช่นนั้นชาวบ้านละแวกนี้อาจจะได้รับอันตรายก็เป็นไปได้ หลังจากนี้จึงจะได้คุมตัวผู้ก่อเหตุ ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ทีมข่าวได้พูดคุยกับนายอำพร เพ่งพิศ อายุ 52 ปี เพื่อนของนายสันต์ กล่าวว่า ตนรู้จักนายสันต์ มาประมาณ 20 ปี เนื่องจากเคยทำงานก่อสร้างร่วมกันมา โดยเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาทราบว่าอีกฝ่ายย้ายไปอยู่บ้านนางเสาวณี แต่ก็ยังแวะเวียนมาหาเวลาที่ทะเลาะกัน ซึ่งนายสันต์ เล่าว่าชอบทะเลาะกันเรื่องเงิน เพราะนางเสาวณี ชอบขอเงินแต่ตัวเองไม่มี

กระทั่ง 10 วันก่อนหน้านี้ นายสันต์ขอมาอาศัยอยู่กับตน โดยบอกว่าถูกตำรวจตามมาจับที่บ้าน เพราะลูกสาวนางเสาวณี แจ้งความหาว่า นายสันต์อ้างว่าได้จุดธูปเพื่อขอหวย กับคั่วพริก แต่อีกฝ่ายกล่าวหาว่าตัวเองสาปแช่ง ซึ่งตนก็ให้หลบอยู่บ้านและได้ไปทำงานด้วยกันอยู่ช่วงหนึ่ง จน 1 วันก่อนเกิดเหตุได้เบิกเงินนายจ้างไปจำนวน 1,500 บาท และเบิกเงินจากตนไปอีก 250 บาท รวมเป็นเงิน 1,750 บาท ก่อนหายตัวไป โดยอ้างว่าจะไปทำธุระ

จนทราบข่าวเมื่อวานนี้ช่วงค่ำว่านายสันต์ ก่อเหตุฆ่านางเสาวณี ภรรยาของตัวเองเสียชีวิต ซึ่งความจริงนายสันต์ ไม่ใช่คนโหดเหี้ยม ปกติเป็นคนนิสัยดี ไม่เคยทำร้ายใคร แต่เวลาเมานิสัยเปลี่ยน พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง ซึ่งตนคิดว่าสาเหตุที่เจ้าตัวก่อเหตุน่าจะเป็นปมเรื่องความหึงหวง และที่ผ่านมานายสันต์ ก็แวะเวียนไปหานางเสาวณี โดยตลอด

อย่างไรก็ตาม น.ส.พิมณิภา ลูกสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ในวันที่ 13 มี.ค.63 ที่ผ่านมา นายสันต์ ได้เข้ามาขอนางเสาวณี เพื่อจะนำตนไปเป็นเมีย ตอนนั้นนางเสาวณี ตอบไปว่าไม่ให้ นายสันต์ จึงได้ออกไปเผาพริกเผาเกลือ ตนเชื่อว่าพิธีดังกล่าวน่าจะทำเพื่อสาปแช่ง ไม่นึกว่าจะโหดเหี้ยมมากขนาดนี้ เพราะอาศัยอยู่กินกันมาเป็น 10 ปี แต่ก็เบาใจที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายสันต์ได้เเล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *