แฉนาที 11 ทหารซ้อมทรมานให้รับค้ายา น้องชายโคม่าเห็นจับพี่ทุ่มจนตาย แม่ร้องเยียวยา 5 ล้าน (คลิป)

จากกรณีที่นายนิวัฒน์ ซ้ายซา อายุ 59 ปี ร้องทุกข์อ้างว่า มีชายแต่งชุดลายพรางคล้ายทหาร ขับรถยนต์เข้าไปควบคุมตัวลูกชาย 2 คนไปซ้อมร่างกาย ได้แก่ นายยุทธนา ซ้ายซา หรือ “ด่อน” อายุ 33 ปี และนายนัตพงศ์ ซ้ายซา หรือ “แดง” อายุ 29 ปี จากเถียงนาท้ายหมู่บ้าน โดยไม่ทราบว่าถูกนำตัวไปที่ไหน

โดยต่อมาทราบภายหลังว่า นายยุทธนา เสียชีวิต สภาพศพตาเหลือก โหนกแก้มขวาปูดเขียวช้ำ หางคิ้วซ้ายมีบาดแผล และหน้าอกมีรอยคล้ายถูกตีด้วยของแข็ง ส่วนนายณัฐพงษ์ ได้รับบาดเจ็บซี่โครงหัก 2 ซี่ และที่ปอดมีเลือดคั่ง โดยเหตุเกิดเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันที่ 17 เม.ย.63 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

ล่าสุดวันที่ 19 เม.ย.63 พันเอกบุญสิน พาดกลาง รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เป็นผู้แทน พลตรี เสาวราช แสงผล ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เดินทางมาที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชธาตุพนม เพื่อเข้าเยี่ยมนายนัตพงศ์ ผู้ได้รับบาดเจ็บ และพูดคุยกับครอบครัว พร้อมได้ให้กำลังใจและมอบกระเช้า ยืนยันว่าจะเยียวยาให้แก่ครอบครัว แต่ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวนของชุดจับกุม

Loading...

พันเอกบุญสิน เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนและรอผลชันสูตรพลิกศพของนายยุทธนา ว่าเสียชีวิตจากสาเหตุอะไร ซึ่งตอนนี้ทางต้นสังกัดได้ตั้งกรรมการสอบสวนชุดจับกุมว่ามีทหารที่เกี่ยวข้องจำนวนกี่นาย โดยชุดจับกุมมีทั้งทหารชั้นสัญบัตร ทหารชั้นประทวนและทหารเกณฑ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ทหารชุดนี้ไม่เคยก่อเหตุลักษณะนี้มาก่อน จึงไม่แน่ใจว่าวันเกิดเหตุนั้นมีเหตุการณ์อะไรขึ้น จึงได้ให้ทหารชุดจับกุมทั้งหมดยุติการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชั่วคราว และส่งตัวไปสอบสวนที่ต้นสังกัด ด้วยการตั้งกรรมการสอบสวนโดยนายทหารรัฐธรรมมนูญ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งอยู่ระหว่างรอผลการสอบสวน และถ้าผิดจริงก็จะลงทัณฑ์ ส่วนบทลงโทษจะถึงขั้นให้ออกจากราชการหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับผลสอบสวน

อย่างไรก็ตาม ทหารชุดจับกุมนั้นมีอำนาจในการจับกุมเรื่องยาเสพติด เพราะเป็นชุดพิเศษที่จัดตั้งขึ้นมาปราบปรามยาเสพติดในเขตชายแดน แต่ยอมรับการกระทำเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง เพราะการจับกุมจะต้องยึดหลักกฎหมาย และไม่มีสิทธิ์ใช้ความรุนแรง

Loading...

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้เดินทางไปเยี่ยมนายนัตพงศ์ ซ้ายซา หรือแดง ซึ่งยังพักรักษาตัวอยู่ โดยตอนนี้อาการปลอดภัยแล้ว กระดูกซี่โครงซ้ายหัก 2 ซี่ มีรอยฟกและถลอกตามร่างกาย รวมถึงมีการเจาะท้องต่อสายยาง เพื่อระบายเลือดที่คั่งภายในช่องท้องใหออกมาทั้งหมด

นายนัตพงศ์ เปิดเผยว่า ตนถูกทหารคุมตัวใส่กุญแจมือไพล่หลังไปซ้อมที่ถนนข้างที่ทำการของทหาร ตั้งอยู่ภายในวัดแห่งหนึ่ง ต.ฝั่งแดง อ.ธาตุพนม ในเวลากลางคืนและไม่มีคน อีกทั้งพยายามบีบบังคับให้ตนรับสารภาพว่าค้ายาบ้า แต่ตนก็ปฏิเสธว่าไม่ได้ขายยา จึงถูกรุมทำร้ายและซ้อมตนเป็นชั่วโมง แต่เมื่อหยุดทำร้ายได้ถามตนซ้ำอีกว่า ตนค้ายาบ้าหรือไม่ เมื่อตนปฏิเสธก็ซ้อมเป็นอย่างนี้ซ้ำ ๆ ซึ่งตนแทบจะไม่มีโอกาสพูดหรือร้องขอชีวิต เพราะถูกอีกฝ่ายกระหน่ำเตะอย่างหนัก แม้จะพยายามร้องขอชีวิตแต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมหยุด กระทั่งพี่ชายตนแน่นิ่งไป ทหารจึงหยุดทำร้ายตน เพราะต้องพาพี่ชายตนส่งโรงพยาบาล

Loading...

นายนัตพงศ์ กล่าวต่อว่า ตนมั่นใจว่าคนที่รุมทำร้ายตน 7-8 คน เป็นทหารแน่นอน เพราะสังเกตจากเครื่องแต่งกาย ที่บางคนแต่งกายครึ่งท่อน ใส่กางเกงลายพราง แต่บางคนก็ใส่ชุดทหารเต็มชุด อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าทหารนั้นพยายามบังคับให้ตนรับว่าเป็นผู้ค้ายาบ้า ทั้ง ๆ ที่ตนไม่ได้ขาย ซึ่งตนก็อยากร้องขอความเป็นธรรมให้ตัวเองและพี่ชายที่เสียชีวิตด้วย

นางป่าน ซ้ายชา อายุ 56 ปี แม่ของผู้เสียหายทั้ง 2 คน เปิดเผยว่า เมื่อคืนเกิดเหตุนั้น ลูกชายทั้ง 2 คน เบอร์โทรศัพท์ของนายยุทธนาโทรเข้ามาว่าให้ไปหาลูกชายที่โรงพยาบาล ซึ่งหลังจากนั้นลูกชายก็เสียชีวิต โดยที่ตนไม่รู้เลยว่านายนัตพงศ์ ลูกชายคนเล็กอยู่ที่ไหน

Loading...

กระทั่งเมื่อวานนี้ 18 เม.ย. เวลาประมาณ 14.00 น. ตอนที่นายนัตพงศ์ ยังไม่ถูกปล่อยตัว ตนและญาติ ๆ ได้รวมตัวกันไปที่ สภ.ธาตุพนม นัดเจรจากับผู้แทนของทหารที่จับกุม โดยทหารรายดังกล่าวอ้างว่านายนัตพงศ์ ยังคงปลอดภัยและมีการให้ข้าวให้ยากินแล้ว รวมถึงให้ตนโทรศัพท์พูดคุยกับนายนัตพงศ์ แต่ไม่ให้ตนเจอลูก

กระทั่ง 17.00 น. ตนก็อยากเจอลูก ตนและญาติจึงบุกไปยังวัดแห่งหนึ่ง ต.ฝั่งแดง อ.ธาตุพนม ที่เป็นที่จับกุมลูกชาย เมื่อไปถึงตนก็นั่งรออยู่ที่บริเวณวัด ทหารก็ยินยอมและคุมตัวนายนัตพงศ์ออกมานั่งรอ ระหว่างนั้นตนได้สอบถามลูกชายว่าเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่าถูกทหารซ้อมเป็นชั่วโมง ทั้งเตะและต่อยที่ท้อง พยายามสั่งให้ลูกชายรับสารภาพว่าค้ายาบ้า ทุกครั้งที่ลูกชายปฏิเสธ ทหารก็จะลงมือเตะต่อยซ้ำ ๆ ส่วนนายยุทธนา ผู้เป็นพี่ชายนั้นถูกจับแยกไปซ้อมอีกที่ซึ่งห่างออกไปไม่ไกลนัก โดยนายนัตพงศ์ เห็นว่าพี่ชายถูกซ้อมจนสลบและแน่นิ่งไปหลังจากนั้นทหารก็นำตัวไปส่งโรงพยาบาล

นางป่าน กล่าวต่อว่า หลังจากตนได้เจอกับนายนัตพงศ์ ก็รีบนำตัวเขาไปโรงพยาบาลทันที โดยมีอาการซี่โครงขวาหัก 2 ซี่ เลือดคั่งจนท่วมปอด ซึ่งตอนนี้แพทย์ได้เจาะช่องท้องเพื่อระบายเลือดออกตลอดเวลา

นางป่าน ยังบอกว่า เมื่อวานนี้ช่วงที่เจรกับตัวแทนทหารที่มาเจรจาที่โรงพัก เขาก็ยืนยันว่าจะมีการเยียวยาให้ แต่ตนก็บอกกับเขาว่า แม้ตนจะได้เงินเยียวยา 10 ล้านบาท ตนก็ไม่ภูมิใจ เพราะลูกชายเสียชีวิตไปแล้ว ตนจึงยื่นขอเสนอว่า ตนจะขอเงินค่าเยียวยา 5 ล้านบาท โดยนายทหารคนดังกล่าวก็บอกว่าจะรับเรื่องนี้ไปให้ผู้ใหญ่พิจารณา ซึ่งถ้าตกลงกันไม่ได้ ตนก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

อย่างไรก็ตาม ตนก็สอบถามทหารว่า มีสาเหตุใดต้องมาจับลูกของตน เขาก็อ้างว่ามีสายบอกว่าลูกชายของตนค้ายา ซึ่งตนยืนยันว่าลูกชายทั้ง 2 คน ไม่ได้ค้ายาบ้า แต่ก็ยอมรับว่าเคยเสพยาบ้าจริง ซึ่งตนมองว่าสิ่งที่ชุดจับกุมทำนั้นโหดร้ายมาก ๆ เหมือนไม่ใช่คน เพราะถ้าจับลูกชายและดำเนินคดีตามกฎหมาย ตนก็ไม่ว่าอะไร เพราะตนก็ยอมรับถ้าหากลูกทำผิดจริง

ทีมข่าวลงพื้นที่วัดดังกล่าว ต.ฝั่งแดง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) ซึ่งเป็นจุดที่นายยุทธนา และนายนัตพงศ์ ถูกคุมตัวไปซ้อม โดยเมื่อทีมข่าวไปถึงประตูวัด ก็มีชายแต่งกายชุดลำลอง (ชุดบอล) ทรงผมเกรียน เดินออกมาบอกว่าไม่อนุญาตให้ทีมข่าวเข้า เนื่องจากข้างในมีการประชุม และได้ใช้แม่กุญแจล็อกประตูวัดทันที

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ทหารมาอยู่ในวัดก็ไม่มีเรื่องอะไรที่ตนไม่สบายใจ บางครั้งตนยกกระสอบปูน ทำงานไม่ไหว ก็มีทหาร 4-5 นาย ออกมาช่วยเป็นประจำ ส่วนข่าวที่เกิดขึ้นตนก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่าง เพราะไม่เคยได้ยินเสียงคนถูกทำร้ายมาก่อน

สำหรับวัยรุ่น 2 คนที่ถูกจับกุมไปนั้น ตนก็ไม่รู้ว่าเขามีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่ ซึ่งตนก็รู้สึกเสียใจแทนพ่อแม่เขา เพราะการกระทำแบบนี้เป็นเรื่องที่เกินกว่าเหตุ

ทั้งนี้ตนอยากให้ทุกคนพิจารณาว่า การกระทำของชุดจับกุมเป็นเรื่องที่สมควรหรือไม่ ถูกต้องตามกฎหมายและยุติธรรมกับประชาชนหรือไม่ ซึ่งพวกตนเป็นแค่คนธรรมดา ก็ไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้กับเขาและไม่รู้ว่าชุดจับกุมเป็นใคร เพราะไม่มีการแสดงตัวว่าเป็นทหารหรือตำรวจ ทำให้ครอบครัวก็ยังงงและไม่เข้าใจ จึงอยากถามกลับไปยังชุดจับกุมทั้ง 11 คน ว่าถ้าเหตุการณ์แบบนี้ เกิดขึ้นกับครอบครัวเขาบ้างจะรู้สึกอย่างไร อยากขอความยุติธรรมกับครอบครัวของตนด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *